Articles

10 อัลบั้ม Progressive ยอดเยี่ยมแห่งปี 2018

January 4, 2019

สวัสดีชาว Prog ทุกคนครับ ในที่สุดปี 2018 ก็ผ่านไปแล้ว ก้าวไปสู่ปี  2019 ทางเว็บไซต์ ProgSurround จึงได้รวบรวมอัลบั้มที่น่าฟังและน่าสนใจที่สุดในปี 2018 โดยจะคัดเน้นๆ มาเขียนทั้งหมด 10 อัลบั้มครับ

บางอัลบั้มอาจจะไม่ได้ Prog จ๋าขนาดนั้นแต่ถ้ามันมีองค์ประกอบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องก็จะนำมาหมด เพราะแต่ละคนก็มีนิยามของ Prog ที่แตกต่างกัน ไม่อยากจะจำกัดขอบเขตของมันขนาดนั้น อาจะถูกใจหรือไม่ถูกใจก็ว่ากันไป แต่รับรองว่าคุณภาพทุกอัลบั้มแน่นอนครับ 😁

ปล.นี่ไม่ใช่การจัดอันดับใดๆทั้งสิ้นแต่จะเป็นการเน้นที่ฟังแล้วชอบและถูกใจมากกว่านะครับ

1. Haken – Vector

Haken – Vector (Clean vocal)
Release date: 26/10/2018
Genre: Progressive Metal
Label: Inside Out Music

Vector เป็นอัลบั้มลำดับที่ 5 ของวง ซึ่งเป็นอัลบั้มที่มีความ heavy มากที่สุดของวงเมื่อเทียบกับอัลบั้มก่อนๆ ซึ่งทาง Haken ก็ได้ตัดสินใจมาแล้วว่าทิศทางในอัลบั้มนี้จะหนักขึ้นกว่าอัลบั้มก่อนๆ แน่นอน โดยที่ได้ Adam ‘Nolly’ Getgood (Ex-Periphery) มาเป็นโปรดิวเซอร์และช่วยในเรื่องการมิกซ์ซาวด์ ก็เป็นการการันตีถึงความหนักหน่วงได้อยู่แล้ว แต่ว่ามันก็เป็นเรื่องปกติของวงที่ไม่ชอบทำเพลงที่มันง่ายๆหรืออยู่ในกรอบเดิมๆแต่ชอบสร้างสรรค์สิ่งที่อยู่เหนือความหมายของแฟนๆ  ซึ่งทางวงก็ทำมันได้สำเร็จจริงๆ นั้นแหละ

พูดถึง concept ของอัลบั้มนี้กับแนวทางที่เปลี่ยนไปก็คงต้องไปเลยว่ามันเข้ากันสุดๆ เลย โดยคอนเซ็ปต์มันเกี่ยวข้องคุณหมอจิตเวชกับคนไข้ที่จิตไม่เต็ม ซึ่งแน่นอนมันจะต้องบ้าคลั่งแน่ๆ คือถ้าได้ฟังแล้วจะได้ยินท่อน riff ที่เฮฟวี่หนักหน่วงขึ้น แต่แฝงมาด้วยความซับซ้อน โดยเฉพาะกลองที่ทำหน้าที่ได้ดีและเด่นมากในอัลบั้มนี้ ต้องยกเครดิตให้กับ Ray เลย ยกตัวอย่างในเพลง The Good Doctor จะมีส่วนที่หนักและตัดมาส่วนเบาทันทีและก็จากนั้นตัดไปส่วนที่หนักอีก ปรับอารมณ์ตามไม่ทันกันเลยทีเดียว นอกจากนี้ก็ยังไม่ลืมที่จะใส่ element แปลกๆ นิดหน่อยเข้าไปตามสไตล์ของวง จุดอ่อนที่เห็นได้ชัดก็คือความยาวของอัลบั้มนี้น้อยมากเมื่อเทียบกับอัลบั้มอื่น แต่มันก็อาจจะเป็นข้อจำกัดของแนวเพลงในอัลบั้มนี้ที่วงไม่สามารถใส่ท่อน melodic สวยๆอลังๆ หรือ element แปลกๆ ได้มากซะเท่าไหร่

แต่โดยภาพรวมแล้วทำออกมาและแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการของวงได้ดีมาก ไม่ว่าจะเป็นเพลงเร็วหรือเพลงช้าที่ Joss ได้โชว์เทคนิคใหม่ๆในการร้องด้วยก็ดี

Suggested Tracks: Puzzle Box, Nil by Mouth, Host

2. Good Tiger – We will all be gone

Good Tiger – We will all be gone (Clean vocal)
Release date: 09/02/2018
Genre: Some kind of Rock
Label: Metal Blade Records

Good Tiger เป็นวง Super group ที่ประกอบไปด้วยสมาชิกที่มาจากหลายๆ วงเช่น The Faceless, Tesseract, The Safety Fire มารวมกัน ต่างคนต่างก็มีประสบการณ์ในการทำเพลงที่แตกต่างกัน จึงทำให้จะบอกว่าเป็น Progressive rock/Metal ไปเลยก็ไม่เชิงเพราะมีกลิ่นอายของ Alternative, Post-core ผสมผสานอยู่ด้วย ก็เลยบอกว่าเป็น Some kind of Rock ตามที่วงเค้าบอกนั้นแหละจบ

ในอัลบั้มนี้จะร้องแบบ clean vocal ทั้งหมด แตกต่างจากอัลบั้มก่อนที่จะมี harsh ผสมอยู่บ้าง ซึ่งรู้สึกชอบกว่ามากกว่านะ โดยทั้ง 10 เพลงจะให้ความรู้สึกที่แตกต่างกัน เนื่องจากที่บอกข้างต้นว่า สมาชิกมาจากหลายๆ ที่ จึงทำให้มีไอเดียหลากหลายที่จะใส่ลงไปในเพลงแต่ละเพลงและทำให้เพลงมีหลากหลายอารมณ์มากขึ้น ถ้าฟังแบบเผินๆ ก็อาจจะคิดว่าซาวด์มีความเป็นป๊อปฟังง่าย แต่ถ้าลองฟังดูดีๆ แต่ละเพลงนั้นมีความซับซ้อนและลูกเล่นแปลกๆ อยู่พอสมควร ดูได้อย่างในคลิปนี้ https://www.youtube.com/watch?v=bTkhr2HmDmo เป็นโครงสร้างเพลงที่ไม่ธรรมดาเลยทีเดียวและยังน่าสนใจไปในตัวด้วย สรุปแล้วถือว่าทำออกมาได้ดี เป็นอัลบั้มที่สามารถฟังได้ชิวๆ เพลินๆ หลากหลายรสชาติ

Suggested Tracks: Grip Shoes, The Devil Thinks I’m Sinking, I’ll Finish This Book Later

 3. The Ocean – Phanerozoic l: Palaeozonic

The Ocean – Phanerozoic l: Palaeozonic (Clean + Harsh vocal)
Release date: 26/10/2018
Genre: Progressive Metal
Label: Metal Blade Records

The Ocean หรืออีกชื่อที่รู้จักในนาม The Ocean Collective  ก็แล้วแต่จะเรียกเลย จากสัญชาติเยอรมัน ได้ห่างหายไปกว่า 5 ปี ตั้งแต่อัลบั้ม Pelagial  ปีนี้ได้กลับมาพร้อมกับคอนเซ็ปที่ต่อจากอัลบั้ม Precambrian ซึ่งก็คือ Phanerozoic ที่จะเกี่ยวข้องกับ Geologic periods of earth (ธรณีกาล) เป็นการตั้งชื่ออัลบั้มตามยุคต่างๆ เลย โดยจะแบ่งเป็น 2 parts เหมือนกับ BTBAM แต่พาร์ทหลังเนี่ยจะวางแผงก็ปีหน้านู้น ซึ่งยังไม่มีรายละเอียดอะไรมากมายให้ติดตาม

ทางด้านดนตรี โดยปกติแล้วทางวงจะเปลี่ยนซาวด์ไปเรื่อยๆ ไม่ซ้ำจำเจกันในแต่อัลบั้ม โดยในอัลบั้มนี้จะสังเกตได้ว่า มีความ Sludgy หรือ Post-metal ลดลง แต่ก็มีความ progressive เพิ่มมากขึ้น ทำให้รายละเอียดดีเทล เมโลดิกต่างๆ มีความซับซ้อน หลายมิติ พร้อมที่จะพาคุณไดรฟ์ไปกับดนตรีของพวกเค้ากว่า 50 นาที เรียกได้ว่าจัดเต็มทั้งความหนักและความหน่วงตั้งแต่ต้นจนถึงจุดไคลแม็กซ์ ไม่ได้พักกันเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังได้ Jonas Renske (นักร้องนำ Katatonia) มาแจมด้วย ช่วยเพิ่มความคลีนและสมูทในบรรยากาศของเพลง เคมีแอบเข้ากันอยู่นะเนี่ย รวมทั้งนักร้องของวงที่เสียงได้กลับมาโอเคขึ้นแล้ว หลังจากที่มีปัญหาเกี่ยวอาการป่วยที่มีผลเสียต่อเสียงของเค้า ส่วนอัลบั้มพาร์ทหลังๆ ต้องมาลุ้นกันว่าจะสู้อัลบั้มที่ผ่านๆ มาได้มั้ย แต่ก็ทำออกมาได้ดีเลยเดียว

Suggested Tracks: Cambrian II: Eternal Recurrence, Devonian: Nascent, Permian: The Great Dying 

4. Between the Buried and Me – Automata l and ll

 

 

 

 

 

 

 

Between the Buried and Me – Automata l and ll (Clean + Harsh vocal)
Release date: 9/03/2018, 13/07/2018
Genre: Progressive Metal
Label: Sumerian Records

Automata I อาจจะเป็นอัลบั้มแรกๆของวง progrssive แนวหน้าอย่าง BTBAM หลังจากย้ายไปสู่บ้านหลังใหม่ Sumerian ที่ได้ปล่อยมาใน pharse แรกของปีเลยก็ว่าได้ ซึ่งเป็น part แรกของอัลบั้มจำนวน 6 แทร็กปล่อยออกมาในช่วงมีนาคม ส่วน Automata II เป็น part ที่สองจำนวน 4 แทร็กปล่อยออกมาใน pharse หลังช่วงกรกฎาคม รวมกัน 2 parts ก็เป็น 10 เพลงในคอนเซ็ปต์อัลบั้มเต็มพอดี ซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกันจะแยกทำไมหรืออาจะแค่เพิ่มความตื่นเต้นให้กับคนฟังเฉยๆว่า part ที่สองจะเป็นยังไง ดีกว่าหรือแย่กว่ามั้ย แต่ก็ไม่ต้องตื่นเต้นกันแล้วเพราะมันทำได้ดีกว่าจริงๆ ถึงเพลงจะน้อยกว่าก็เถอะใน part หลัง

ซิงเกิ้ลแรก ‘Condemned to the Gallows’ ที่ปล่อยออกมาพอฟังแล้วก็แบบโอ้โห เป็นแทร็กเปิดตัวได้เยี่ยมจริงๆ สามารถเดาได้เลยว่าอัลบั้มนี้จะต้องกลับไปแนว heavy เหมือนอัลบั้มเก่าๆอย่าง Colors, The Great Misdirect หรือ The Parallax หลังจากที่ไปลดความหนักลงและใช้ clean vocal มากขึ้นใน Coma Ecliptic เรียกว่าไปพักผ่อนดีกว่า แต่พวกเค้าก็กลับมาแล้ว โดยมีการใช้ harsh vocal มากขึ้นผสมกับ clean vocal ได้อย่างลงตัว รวมทั้งเเพทเทิร์นลูกเล่นทดลองต่างๆเช่นท่อนริฟ,ท่อนโซโล่หรือกรู๊ฟ ที่ใส่มาก็ไม่เคยได้ยินมาก่อนในอัลบั้มเก่าๆ ทำให้คนฟังว้าวไปตามๆกัน อย่างเพลง Blot หรือ เพลง Voice of Trespass จาก Automata II ที่ใส่ Jazzy element ผสมเข้าไปกับเพลงที่มีความเมทัลออกมาได้อย่างลงตัวทำให้นึกถึงเพลง ‘Fossil Genera – A Feed from Cloud Mountain’ จากอัลบั้ม The Great Misdirect

สิ่งที่มันดีจากการแยกอัลบั้มของเป็น 2 ส่วนก็คือใน part แรกนั้นมีจุดอ่อนอยู่ที่เพลง Millions ที่อาจจะฟังแล้วรู้สึกว่าธรรมดาไปสำหรับวงนี้ แต่พอ part สองออกมาเท่านั้นแหละเรียกว่าสุดทุกเพลง เปิดมาด้วย ‘The Proverbial Bellow’ ที่ฟังลูก riff คล้ายเพลง ‘Option Oblivion’ หรือท่อน Breakdowns มาครบทุกอารมณ์ แล้วจบด้วย ‘The Grid’ ที่มีเมโลดี้ที่สวยงาม ปิดท้ายอัลบั้มนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ จะพูดง่ายๆ Automata II เป็นเหมือนจิ๊กซอว์ตัวสำคัญที่มาเติมเต็มให้กับอัลบั้มนี้สุดยอดขึ้นไปอีกครับทั้งในด้านดนตรีและเนื้อหาของเพลง

Suggested Tracks: Blot, The Proverbial Bellow, Voice of Trespass, The Grid

5. The Laze – Cryptic Plumage 

The Laze – Cryptic Plumage
Release date: 19/10/2018
Genre: Eclectic Progressive Rock
Label: Extreme Ultimate

Cryptic Plumage เกิดจากส่วนผสมของนักดนตรี 7 คน 7 เครื่องดนตรีกลั่นกรองออกมาจากหลายๆ source รวมกัน ที่จะมีกลิ่นอายของวง Progressive ยุคเก่าซึ่งนิตยสาร Prog ได้นำไปเปรียบเทียบกับ Magma, Mahavishnu Orchestra หรือ VdGG แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีซาวด์สมัยใหม่ผสม รวมทั้ง Jazz Fusion ที่เกิดจากเล่น saxophone และ violin ด้วย เรียกได้ว่าครบทุกชาติตั้งแต่เก่าโบราณจนไปถึงปัจจุบันและอนาคตอีกด้วย เพราะทางวงจะใส่ element พิศดารๆ เข้าไป เพิ่มความล้ำลึกซับซ้อนและไดนามิกที่สูงขึ้น ซึ่งจะทำให้ผู้ฟังไม่สามารถจินตนาการได้ว่าเพลงต่อๆ ไปจะมาเป็นแบบไหนยังไง ตั้งแต่ Polygone จนไปถึงมาหาพากย์ปิดท้ายอย่าง Scaffolds และความพิเศษอีกอย่างทางวงได้ทำออกมาในรูปแบบเทปคาสเซ็ท สำหรับผู้ฟังที่หวนหาการฟังเพลงแบบคลาสสิค สมควรอย่างยิ่งในการหามาฟังครับ

Suggested Tracks: Totally Sirius, Roman Hogs, Scaffolds

https://extremeultimate.bandcamp.com/album/cryptic-plumage

6. Night Verse – From the Gallery of Sleep

Night Verse – From the Gallery of Sleep
Release date: 29/06/2561
Genre: Instrumental
Label: Equal Vision Records

หลังจากที่นักร้องนำได้ออกจากวงแต่นั้นก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับ Night Verse ซึ่งทางวงได้เดินหน้าทำอัลบั้มใหม่ต่อโดยที่ไม่มีนักร้องนำและทำให้กลายเป็นวง instrumental หน้าใหม่เต็มตัว เริ่มแรกได้ออก EP มาก่อน ‘Copper Wasp’ หลังจากนั้นก็ได้ออกอัลบั้มเต็มต่อมาในปีเดียวกัน ซึ่งแต่ละเพลงก็จะมีซาวด์ที่แตกต่างกันออกไปอย่างเช่น Phoenix IV: Levitation ที่มีความเป็น Djent และได้อิทธิพลมาจากหนังเรื่องต่างๆ เพลง Glitch In The You I Thought I Knew ที่ฟังแล้วจะรู้สึกถึงบรรยากาศล่องๆ ลอยๆ แต่ส่วนใหญ่จะออกแนว Djent, Metal มากกว่า เรียกได้ว่ามีความดุดันแทบทุกเพลง ซึ่งในอัลบั้มเครื่องดนตรีสามารถทำออกมาได้เด่นทุกชนิด โดยเฉพาะกลอง บรรเลงโดย Aric Improta มือกลองจอมเดือดบ้าพลัง ที่ใส่ลูกเล่นไอเดียที่คาดไม่ถึง เข้ามาในแต่ละเพลงได้อย่างยอดเยี่ยม รวมทั้งไลน์กีต้าร์และเบส ผสมผสานกันออกมาจนเกิดเป็นอัลบั้ม instrumental ที่สุดยอดในปีนี้เลยครับ

Suggested Tracks: Vice Wave, No.0, Earthless, Phoenix IV: Levitation

7. Tesseract – Sonder

Tesseract – Sonder (Clean vocal)
Release date: 20/04/2018
Genre: Progressive Metal/Djent
Label: Kscope

เป็น 1 ในวงที่ใช้นักร้องเปลืองตั้งแต่ Daniel Tompkins, Elliot Coleman, Ashe O’Hara และสุดท้าย Daniel Tompkins ก็ได้กลับมาในอัลบั้มนี้หลังจากออกจากวงไปในอัลบั้มแรก Tesseract เป็นอีกหนึ่งวงที่เป็นช่วยในการขับเคลื่อนดนตรีแนว Djent ให้เป็นที่รู้จักกว้างขวางมากขึ้น และสิ่งที่ชอบมากกว่าวงอื่นๆ คือเป็นวงที่มีความเป็นเอกลักษณ์แนวทางเฉพาะตัวพอสมควรไม่ว่าจะเป็นในแง่ของเนื้อหาเพลงหรือซาวด์ที่มีความเป็น atmospheric หน่วงๆ หน่อย ไม่ได้เร็วมากอะไรขนาดนั้น สังเกตได้จากอัลบั้มก่อนพวก artwork หรือคอนเซ็ปต์จะออกเป็นแนวปรัชญาไซไฟอวกาศ

ในอัลบั้ม Sonder ฟังดูแล้วก็อาจจะคล้ายอัลบั้มก่อนๆ โดยมีการใช้ Poly Rhythms เรียกได้ว่าเป็น signature ของวงอยู่แล้ว ไม่ใช่สิ อาจแปลกกว่าเดิมอีก รวมทั้ง atmospheric groove ที่มีความหนักหน่วงและลึกตามสไตล์ แต่สิ่งที่ยกระดับอัลบั้มนี้ขึ้นมาก็คือ ได้แต่งเนื้อหาของเพลงที่เป็นจุดเด่นของวงอยู่แล้ว มีความเป็นปรัชญามากขึ้นและยากที่จะเข้าใจ ซึ่ง Daniel Tompkins ได้อธิบายว่า “exploring a deep and devouring sense of insignificance” คนเขียนยังงงเองเลย รวมทั้งการร้องของเค้า range of vocal ที่สูงและโดดเด่นกว่านักร้องคนอื่นๆ

Suggested Tracks: Juno, Smile, King

8. Zeal & Ardor – Stranger Fruit

Zeal & Ardor – Stranger Fruit (Clean + Harsh vocal)
Release date: 08/06/2561
Genre: Avant-Garde Metal/Black Metal
Label: MVKA Music

Stranger Fruit จะไม่ค่อยเกี่ยวข้องกับความ prog ซะเท่าไหร่ แต่สิ่งที่โหดของอัลบั้มนี้จนต้องยกขึ้นมาพูดก็คือการที่นำดนตรี Black Metal มาผสมผสานกับดนตรีแนวอื่นๆ เช่น Folk, Soul, Gospel หรือ R&B และพื้นฐานความเป็น African American ของ Manuel Gagneux จะมีกิมมิกแปลกๆ ออกมาให้ฟังกัน ซึ่งผู้ฟังอาจจะไม่เคยได้ยินมาก่อนในชีวิตนี้และก็ทำออกมาได้อย่างดีมาก โดยที่ Manuel Gagneux เป็นคนเขียนเรียบเรียงและเล่นเครื่องดนตรีหลากหลายชนิดเอง ถือว่าเป็นศิลปินหน้าใหม่ที่น่าจับตามองและสามารถไปได้ไกลเลยทีเดียวกับความสามารถของเค้า ด้วยความที่เป็น Black Metal เพลงก็มีความ heavy และ dark เหมือนจะมีสปริตในตัวมันเองและคอยขับเคลื่อนผู้ฟังอยู่ตลอดเวลา Stranger Fruit ถือว่าเป็นเหมือนตัวเบิกทางให้กับดนตรี Metal ในยุคโมเดิร์นและยังเป็นตัวพิสูจน์ว่าไม่มีเส้นแบ่งเขตของดนตรีอย่างแท้จริง

Suggested Tracks: Don’t You Dare, Fire Of Motion, Ship On Fire, You Ain’t Coming Back

9. Riverside – Wasteland

Riverside – Wasteland (Clean vocal)
Release date: 28/09/2561
Genre: Progressive Rock
Label: Inside Out Music

Wasteland เป็นอัลบั้มแรกหลังจากเกิดโศกนาฏกรรมกับวง (มือกีต้าร์เกิดอุบัติเหตุเสียชีวิต) ในปี 2016 และได้ตัดสินใจเดินหน้าต่อแบบ Trio ไม่หาคนมาแทน โดย Mariusz Duda นักร้องนำเป็นคนเล่นกีต้าร์แทนและหามือปืนรับจ้างมาเล่นแทนในทัวร์ เนื้อหาในอัลบั้มนี้จะเกี่ยวข้องกับโลกหลังยุคอะโพคาลิปส์ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากโศกนาฏกรรมนั้นแหละ โดยที่ซาวด์จะมีความดาร์กและลึกมากขึ้นกว่าเดิม เน้นไปที่ด้านห้วงอารมณ์ที่ลึกซึ้งและมีหลายมิติมากขึ้นกว่าก่อนๆ กีต้าร์จะท่อนริฟที่หลากหลายผสมกับวัตถุดิบใหม่ที่ไม่เคยลองมาก่อน ถ้าลองฟังแล้วอาจจะนึกถึงอัลบั้ม A Second Life Syndrome ในเวอร์ชั่นที่ล้ำกว่า ส่วนเบสที่เป็น signature ของวงก็ทำได้สุดยอดเหมือนเดิม นอกจากนี้สื่งที่เด่นๆ ก็คือเพลงช้า อย่างเช่น Guardian Angel เป็นเพลงอะคูสติกบัลลาดที่ทำได้ออกมาอย่างไพเราะ มีเมโลดี้ที่สวยงาม รวมถึงเสียงร้องที่สื่อถึงอารมณ์ออกมาได้ดีเลยทีเดียว ถือได้ว่าอัลบั้มนี้เป็นใบเบิกทางและเป็นสิ่งที่พิสูจน์ให้กับยุคใหม่ของวงได้อย่างยอดเยี่ยม ที่ครบหมดทั้งเพลงหนัก เพลงเบา หรือ เพลงบรรเลงก็ดี ตามแบบฉบับมาตรฐานของดนตรี Progressive rock 

Suggested Tracks: Acid Rain, Guardian Angel, The Struggle for Survival

10. The Pineapple Thief – Dissolution

The Pineapple Thief – Dissolution (Clean vocal)
Release date: 31/09/2561
Genre: Progressive Rock
Label: Kscope

ถ้าหากพูดถึงวงที่เล่นดนตรีสไตล์ Modern Progressive rock แบบจ๋าเลย คงไม่เอ่ยถึง The Pineapple Thief ก็ไม่ได้ ซึ่งจาก 11 อัลบั้มที่ผ่านมานั้น Dissolution อัลบั้มลำดับที่ 12 ของวงถือว่าทำออกมาได้ดีที่สุด จากการเข้าร่วมของ Gavin Harrison (King Crimson, Ex-Porcupine Tree) ตั้งแต่เป็นมือปืนรับจ้างจากอัลบั้มก่อนจนอัลบั้มนี้ก็ได้มาเป็นสมาชิกเต็มตัว ด้วยสไตล์และเทคนิคสุดโหดของเค้าก็ได้ยกระดับคุณภาพของวงได้อย่างเห็นได้ชัด ในด้านดนตรีก็มีลูกเล่นและซาวด์ที่เป็นเอกลักษณ์ของอยู่แล้ว แต่ไม่ได้โดดเด่นอะไรมากมาย แต่ก็สามารถบาลานซ์เสียงผสมกับความอะคูสติกและโฟร์คได้อย่างลงตัว มีครบตามปัจจัยพื้นฐานของวง Progressive Rock บางเพลงก็ฟังแล้วอาจจะกลิ่นอายของ Porcupine Tree อย่างเช่นเพลง ‘White Mist’ ด้วยความยาว 11 นาที เรียกว่าเป็นเพลงที่เด่นที่สุดในอัลบั้มเลยก็ว่าได้ ทั้งกลอง กีต้าร์ที่แอบแฝงความเมทัลหน่อยๆ อารมณ์ของเพลงที่ล่องลอย สามารถฟังได้ชิลๆ ในวันว่างๆ ครับ

Suggested Tracks: Try As I Might, Uncovering Your Tracks, White Mist

อัลบั้มอื่นๆที่น่าสนใจ

แถวที่ 1 จากซ้ายไปขวา

Plini – Sunhead EP (Instrumental)
Thomas Giles – Don’t Touch The Outside (Art rock)
Daughters – You Won’t Get What You Want (Noise Rock)
Iamthemorning – Ocean Sounds (Progressive Chamber)
Vola – Applause Of A Distant Crowd (Progressive Rock)

แถวที่ 2 จากซ้ายไปขวา

God is an Astronaut – Epitaph (Post-Rock)
Long Distance Calling – Boundless (Instrumental)
Lunatic Soul – Under the Fragmented Sky (Progressive Rock)
Polyphia – New Levels New Devils (Instrumental)
Gösta Berlings Saga – ET EX (Instrumental)

แถวที่ 3 จากซ้ายไปขวา

Roine Stolt’s The Flower King – Manifesto Of An Alchemist (Progressive Rock)
Toundra – Vortex  (Instrumental)
RIKARD SJÖBLOM’S GUNGFLY – Friendship (Progressive Rock)
Spock’s Beard – Noise Floor (Progressive Rock)
Kino – Radio Voltaire (Progressive Rock)

แถวที่ 4 จากซ้ายไปขวา

White Moth Black Butterfly – Atone Expanded  (Progressive Pop)
The Sea Within – The sea Within (Progressive Rock)
A Perfect Circle – Eat the Elephant (Progressive Rock)
Coheed and Cambria – Vaxis – Act I: The Unheavenly Creatures (Progressive Rock)
Mogwai – Kin (Post-Rock)

แถวที่ 5 จากซ้ายไปขวา

Crippled Black Phoenix – Great Escape (Progressive Rock)
Ghost – Prequelle  ( Heavy Metal/Progressive Rock)
Gazpacho – Missa Atropos (Progressive Rock)
Bjørn Riis – Coming Home  (Progressive Rock)
Tash Sultana – Flow State (Alternative)

 

No Comments

    Leave a Reply